วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ททท.สำนักงานภูเก็ตจัดชวนกันเที่ยวใต้ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ในเดือนกันยายน











การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยฝ่ายภูมิภาคภาคใต้กำหนดจัดงาน“ชวนกันเที่ยวใต้”ที่ห้างสรรพ สินค้าเซ็นทรัล แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่เดือนกันยายนนี้ หลังจากสำนักงานภูเก็ต ประสบความสำเร็จจัดโรดโชว์มาแล้ว
นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่าการเดินทางไปทำโรดโชว์ส่งเสริมการขายท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายนนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต พังงา และนายอาซิ่น อร่ามเมธาพงศา ที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดยการสนับสนุนของสายการบินไทยแอร์เอเชียเดินทางไปจัดโรดโชว์ส่งเสริมการขายท่องเที่ยว ที่โรงแรมรติล้านนา อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายวรการ ยกยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธาน เพื่อที่จะนำเสนอและขายสินค้าทางการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา ให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ลำปางและจังหวัดเชียงรายรับทราบ เพื่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคกันมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับจังหวัดเชียงใหม่สะดวกและรวดเร็วจากการที่สายการบินไทยแอร์เอเชียเปิดบริการบินตรงในเส้นทางภูเก็ต-เชียงใหม่ วันละ 2 เที่ยวบิน เป็นประจำทุกวัน
ทั้งนี้การจัดโรดโชว์ในครั้งนี้มีผู้ประกอบการโรงแรมและการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ร่วมเดินทางไปส่งเสริมการขายทั้งสิ้น 25 รายรวมทั้งตัวแทนสื่อมวลชนอีก 2 คน ในขณะที่ผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมมากถึง 100-200 ราย ตลอดจนได้รับความสนใจจากกลุ่มสื่อมวลชนต่างๆ เป็นจำนวนมากด้วย ที่แสดงให้เห็นว่า คนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบนสนใจที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงกันมาก จึงส่งผลทำให้การเดินทางไปโรดโชว์ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และล่าสุดทราบจากผู้ประกอบการที่เดินทางไปทำโรดโชว์ขณะนี้เริ่มมีการติดต่อจากผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นๆในภาคเหนือเข้ามาบ้างแล้ว
อย่างไรก็ดี ภายหลังจากที่เสร็จสิ้นการจัดจัดโรดโชว์ที่จังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้กลุ่มผู้ประกอบ การโรงแรมและการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตยังมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินท นนท์ อำเภอจอมทอง วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ สังเกตการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่บริเวณถนนคนเดินหรือวอล์ก กิ้งสตรีท ที่บริเวณย่านหัตถกรรมเครื่องเงินและเครื่องเขิน ถนนวัวลาย ระหว่างประตูเชียงใหม่ ประตูหายยาถึงประตูสวนปรุง รวมทั้งศูนย์หัตถกรรมบ้านถวาย อำเภอหางดงตลอด จนเยี่ยมชมกิจการของโรงแรมดาราเทวีแมนดาริน โอเรียนเตล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ด้วย
ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่าหลังจากที่ผู้ประกอบการทั้งสองภูมิภาคแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการท่องเที่ยวกันแล้ว ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยฝ่ายภูมิภาคภาคใต้ กำหนดจะจัดงาน “ชวนกันเที่ยวใต้”ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำสินค้าทางการท่องเที่ยวของภาคใต้ทั้งหมดไปนำเสนอขายให้กับชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงโดยการนำเสนอแพ็กเกจพิเศษๆเพื่อดึงคนจากภาคเหนือให้เดินทาง มาท่องเที่ยวในภาคใต้ และในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ตจะนำผู้ประกอบ การภูเก็ตและพังงาไปร่วมงานนี้ด้วยเช่นเดียวกันและนอกจากการดึงคนจากภาคเหนือมาจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงแล้วทางจังหวัดภูเก็ต ยังมีโครงการที่จะดึงคนจากภาคตะวันออก เฉียงเหนือเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยมีกำหนดการจะเดินทางไปโรดโชว์ส่งเสริมการขาย ที่จังหวัดอุดรธานีในเดือนกรกฎาคมนี้ และจะเดินทางต่อไปยังนครเวียงจันทน์ ประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้วย เพราะในปัจจุบัน สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดบริการเที่ยวบินตรงภูเก็ต – อุดรธานีทุกวันเหมือนกัน
#

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กลุ่มผู้ประกอบการด้านซื้อขายเรือยอช์ตเพื่อการท่องเที่ยว ในงาน Asia Boating Award 2010 ที่ฮ่องกง โหวตเลือกภูเก็ตเป็น Best Asian Maritime Capital 2010


นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้รับรางวัล “Best Asian Maritime Capital” จากงาน Asia Boating Award 2010 ที่จัดขึ้นที่ฮ่องกง โดย ASIA-PACIFIC BOATING / CHINA BOATING Blu Inc Media ที่เป็นบริษัทที่จัดงาน Boat Show ทั่วโลกจัดขึ้น ภายใต้ชื่องาน Hong Kong Gold Coast Boat Show
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงานครั้งแรกในฮ่องกงโดยทางผู้จัดงานเชิญผู้ประกอบการด้านซื้อขายเรือยอช์ตเพื่อการท่องเที่ยว เข้าร่วมงานประมาณ300 ราย และเปิดให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานร่วมโหวต ปรากฏว่ากลุ่มผู้ประกอบการได้โหวตให้จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทยเป็น “Best Asian Maritime Capital 2010 ” หรือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางเรือที่ดีที่สุดในเอเชีย และประเทศไทยมีคู่แข่งที่สำคัญ คือ ประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง และประเทศอิตาลี
นอกจากนี้ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต กล่าวด้วยว่า การที่จังหวัดภูเก็ตได้รับรางวัล “Best Asian Maritime Capital” เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของจังหวัดภูเก็ต ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทางเรือที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยเรือยอช์ต และในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้นมีสถานที่จอดเรือยอช์ตที่มีศักยภาพ มีความพร้อมในเรื่องของสิ่งอำนวยสะดวก ทั้งที่จอดเรือและสถานที่ซ่อมเรือ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางโดยทางเรือเข้ามาเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก .ในขณะเดียวกัน ยังมีการจัดกิจกรรมทางเรืออย่างต่อเนื่อง เช่น การแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงสคัพ รีกัตต้า เป็นประจำทุกปี โดยมีนักแล่นใบเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก และในเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีการแข่งขันเรือใบที่ยิ่งใหญ่อีกรายการหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ตมีวิสัยทัศน์คือ "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเอกลักษณ์วัฒนธรรม และมีการพัฒนาที่ยั่งยืน" และในปัจจุบัน มีนักธุรกิจให้ความสนใจลงทุนก่อสร้างมารีน่าหรือท่าจอดเรือยอช์ตและสิ่งอำนวยความสะดวก บริเวณฝั่งตะวันออกของเกาะภูเก็ตหลายแห่งคือยอรช์ต เฮเวน มารีน่า ที่สามารถรองรับเรือได้ประมาณ 168 ลำ ,รอยัล ภูเก็ต มารีน่ารองรับเรือได้ประมาณ 150 ลำ , โบ๊ทลากูน รองรับเรือได้ 283 ลำ หรือแยกเป็นบนบก 116 ลำ และในน้ำอีก 167 ลำ ,อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า รองรับเรือได้ 200 ลำ
ในขณะเดียวกัน มีความพยายามขออนุญาตก่อสร้างมารีน่าที่บริเวณแหลมยามู ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง แต่มีกลุ่มนักอนุรักษ์และประชาชนในพื้นที่คัดค้าน ในขณะนี้ เจ้าของโครงการเดอะยามู ยังไม่ได้ดำเนินการต่อ นอกจากนี้ ยังมี ท่าเรืออ่าวฉลอง ที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดวางทุนผูกเรือยอช์ตและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และสามารถรองรับเรือได้จำนวน 100 ลำ อย่างไรก็ดี เจ้าของเรือยอช์ต บางส่วน เลือกจอดทอดสมอที่บริเวณอ่าวในหาน ตลอดจนอ่าวเขาขาด ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ตอีกส่วนหนึ่ง

#

THE AWFUL RAPE GANGSTER IN PHUKET


ตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตสามารถจับกุมแก๊งวัยรุ่น 3 คนใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าและมีดชิงทรัพย์ผู้หญิงก่อนรุมโทรม


เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 มิถุนายนนี้ที่ห้องประชุมชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วย พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต และคณะร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายนพพล หรือ เบลล์ เกิดผล อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 ถนนเทพกระษัตรี ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายชัยวุฒิ หรือ บอย เปล่งศรี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 ถนนสุรินทร์ ตำบลตลาดใหญ่ ในข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะและร่วมกันโทรมหญิง นอกจากนี้ยังจับกุมนายวิทวัส หรือ ตี๋ แซ่นาน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 461/5 ถนนภูเก็ตในข้อหารับของโจร พร้อมยึดของกลาง ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน วธบ-51 กรุงเทพมหานคร เครื่องช็อตไฟฟ้า ขนาด 1,800 กิโลโวลท์ จำนวน 1 อัน กระเป๋าสตรี จำนวน 8 ใบ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และตั๋วจำนำโทรศัพท์มือถืออีก 2 ใบ
ทั้งนี้จากการสอบสวน พบว่าแก๊งคนร้ายวัยรุ่นรายนี้ ชิงทรัพย์โดยใช้มีดและเครื่องช็อตไฟฟ้าทำร้ายเจ้าทรัพย์แล้วลงมือโทรม โดยในช่วงที่ผ่านมา ในขณะที่เจ้าหน้าที่สายตรวจ ในพื้นที่ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ว่า มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ก่อเหตุชิงทรัพย์จึงได้ตั้งจุดสกัดบริเวณหมู่บ้านพร้อมพันธ์ จนกระทั่งพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยขับขี่ผ่านมาโดยมีนายนพพล หรือ เบลล์ เกิดผล เป็นผู้ขับขี่ และนายชัยวุฒิ หรือ บอย เปล่งศรี เป็นผู้ซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดรถปรากฏว่า กลับขับขี่.ฝ่าด่านจนกระทั่งถูกตำรวจไล่ติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา
พนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปขยายผล จนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ ร่วมกันทำอนาจารและร่วมกันโทรมหญิง ในเขตพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต มาหลายครั้ง โดยจะตระเวนขับขี่ถจักรยานยนต์ เพื่อมองหาเหยื่อที่เป็นผู้หญิงเป็นหลัก เมื่อสบโอกาสก็จะขับขี่รถปาดหน้าและใช้อาวุธมีด เครื่องช็อตไฟฟ้าข่มขู่ให้ส่งมอบทรัพย์สินหลังจากนั้นจะกระทำการอนาจารเหยื่อโดยการจับหน้าอก หอมแก้ม หรือบางราย บังคับพาไปข่มขืน และเมื่อนำพยานมาชี้ตัวและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดพบว่าผู้ต้องหา เคยก่อคดีในช่วง 2 เดือน มากถึง 6 คดีแล้ว สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อเวลา ประมาณ05.30 น.วันที่ 12 มิถุนายนนี้ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์และโทรมหญิง เหตุเกิดที่หน้าร้านไทนี่ คอฟฟี่ ถนนเทพกระษัตรี และนำผู้เคราะห์ร้ายไปโทรมที่ทางขึ้นเขาจุดชมวิวเขาขาด ตำบลวิชิต ส่วนทรัพย์สินจำพวกโทรศัพท์มือถือต่างๆ ได้นำไปให้นายวิทวัสหรือ ตี๋ แซ่นานไปขายและจำนำตามร้านขายโทรศัพท์มือถือ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยึดเป็นหลักฐานสำคัญที่มัดตัวจนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

#

COCAINE AND United Arab Emirates TOURIST IN PHUKET


ชุดจับกุมสถานีตำรวจภูธรฉลองสามารถจับกุม นักท่องเที่ยวชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ มีโคเคนไว้ในความครอบครองเพื่อเสพ


เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 17 มิถุนายนนี้ ร.ต.ท.เชียรชัย ดวงสุวรรณ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นำตัวนายซาลิม ซูรัวร์ คามิส ซูรัวร์ คามิส( SALIM SUROOR KHAMIS SUROOR KHAMIS ) ผู้ต้องหา อายุ 23 ปี สัญชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ มาสอบสวนหลังจาก พ.ต.ท.จรัล บางประเสริฐ สารวัตรสืบสวนสอบสวนและชุดจับกุมจับกุมที่บริเวณด่านตรวจ ถนนปฏัก ใกล้โรงแรมรามาด้า ตำบลกระน
จากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาพักอยู่ที่ห้อง 107 โรงแรมปาล์มวิลเลจ ตำบลกะรน ก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกำลังตั้งด่านตรวจอยู่ที่บริเวณใกล้โรงแรมรามาด้า เห็นผู้ต้องหานั่งอยู่ในรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อซาบารุ หมายเลขทะเบียน พค-3592 กรุงเทพมหานคร โดยมีชายไทยเป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้น ปรากฏว่าพบโคเคนอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบดึงเปิดกดเปิด น้ำหนัก 0.6 กรัม อยู่ในกระเป๋าสะพาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าซื้อโคเคนมาจริง โดยซื้อมาจากชายไทยไว้ผมลักษณะทรงเร็กเก้ ที่ฟรีด้อมบาร์ ในราคา 3,000 บาท เพื่อนำไปเสพ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหามีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (โคเคน) มีไว้เพื่อเสพต่อไป

#

From Roy Fest To Phuket Music Festival

พร้อมจัดงานภูเก็ต มิวสิค เฟสติวัล หรือต่อยอดมาจากการจัดงาน หรอยเฟสต์ที่บริเวณชายหาดกะรนวันที่ 25-26 มิถุนายนนี้
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดภูเก็ต รังสรรค์พลังแห่งดนตรี เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงของภาคใต้ให้คึกคัก ในมหกรรมดนตรีนานาชาติที่ยิ่งใหญ่หรือภูเก็ต มิวสิค เฟสติวัล( “Phuket Music Festival) ที่บริเวณชายหาดกะรน อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต ในวันศุกร์ที่ 25-26 มิถุนายนนี้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปและการเข้าร่วมชมงานครั้งนี้ไม่มีการเก็บค่าเข้าชมแต่อย่างใด
การจัดงานภูเก็ต มิวสิค เฟสติวัล มีการรวบรวมศิลปิน ดีเจ ชื่อก้องทั้งชาวไทยและต่างประเทศ คือDJs Yoji ดีเจชาวญี่ปุ่น, Angnelli & Nelson , DJs Activa ดีเจชาวอังกฤษ,DJs B ดีเจชาวสิงคโปร์ และศิลปินนักร้องชั้นนำของเมืองไทย 4GZM :: Fourgusm Live Band ประกอบไปด้วยฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน อู๋ ธรรพ์ณพร ปาลกะวงษ์ ณ อยุธยา เดียร์ อะแคปเปลล่าเซเว่น และตาร์ มิสเตอร์ทีม ทะโมน หรือReggae Ska Thailand , โจแฟกซ์ Joe Fax , บูดดา เบลสส์ Buddha Bless จ๊อบทู ดู มหาจำเริญ ร่วมด้วย ดีเจมือฉมังชาวไทย อีก 2 8น ที่จะมาดวลความสามารถกับดีเจชาวต่างชาติ ได้แก่ DJs Spyda Monkey และ DJs Thanathorn พิเศษสุด ค่ายสิงห์-บุญรอดบริว เวอรี่ นำโดยวุฒินันท์ ภิรมย์ภักดี ที่นอกจากจะให้การสนับสนุนการจัดงานแล้วยัง นำวงดนตรีร็อคชั้นนำอย่าง ซิลลี่ฟูล และ ซีล มารวมวงกันเฉพาะกิจครั้งแรกภายใต้ชื่อ ซิลลี่ซีล ให้เป็นปรากฏการณ์ใหม่บนเวทีคอนเสิร์ตอีกด้วย มหกรรมทางดนตรีครั้งนี้จะเกิดขึ้นยิ่งใหญ่ บนเวทีคอนเสิร์ตแนบชิดติดทะเล ในรูปแบบ “บีช แดนซ์ ปาร์ตี้” ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร้อมอวดสีสันทางดนตรีอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวด้วยว่า มหกรรมดนตรี ภูเก็ต มิวสิค เฟสติวัลเป็นการสานต่อความสำเร็จของการจัดงาน เทศกาลดนตรี หรอยเฟสต์ ที่หาดกะรน จ.ภูเก็ต ในปีที่ผ่านมา โดยปีนี้ได้นำรูปแบบการจัดงานที่เป็นสีสันและกลิ่นอายทางดนตรีที่หลาก หลาย มารวมตัวกันภายในงานอย่างยิ่งใหญ่คือแดนซ์ ป๊อป ฮิปฮอป เร็กเก้ สกา บอสซา โดยมีไฮไลท์ ที่จะสร้างความประทับใจสูงสุดให้กับผู้ที่ชื่นชอบการแดนซ์ ด้วย ดีเจฝีมือเยี่ยมจากนานาชาติที่มีชื่อเสียงด้านการเปิดแผ่นทั้งจากยุโรปและเอเชีย บินตรงร่วมสร้างสีสันให้สนุกสนานสุดเหวี่ยงในงานนี้ เชื่อมั่นว่าจะเป็นอีกหนึ่งงานที่จะได้รับการกล่าวขานไม่รู้ลืม ของการสร้างตำนานการเปิดพื้นหาดทรายให้เป็นฟลอร์เต้นรำที่สนุกสนาน ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
มหกรรมดนตรี ภูเก็ต มิวสิค เฟสติวัลที่จัดขึ้นครั้งนี้จะเป็นฟรีคอนเสิร์ตริมหาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุดอีกงานหนึ่งของภาคใต้ ที่มีความแตกต่างจากทุกคอนเสิร์ตที่เคยจัดมาในเมืองไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีความเชื่อมั่นว่านอกจากความงดงามทางธรรมชาติที่ทั่วโลกกล่าวขานและยกย่อง ให้ภูเก็ตเป็นอัญมณีที่เลอค่าทางท้องทะเลแล้ว วันนี้ความงดงามของศิลปะทางดนตรีจะเป็นสื่อกลางที่จะเชื่อมโยงความรักสู่การสร้างภาพ ลักษณ์ที่ดี ที่สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยว ทะเลภาคใต้ของเราอีกครั้ง อันจะนำไปสู่การขยายฐานของกลุ่มนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามามากขึ้น ส่งผลรวมไปถึงการท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงได้คึกคักเพิ่มขึ้นอีกด้วยขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทะเลงามทางภาคใต้ ร่วมสัมผัสความสนุกสนานทางดนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุด บนเวทีขนาดใหญ่ แสงสีเสียงสุดอลังการ ในบรรยากาศงานปาร์ตี้สนุกสนาน เป็นกันเอง แบบแนบชิดติดทะเล ท่ามกลางระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้น
#

วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดแพ็กเกจ Amazing Golf Paradise 2010








เมื่อเวลาประมาณ 15.00น.วันที่15 มิถุนายนนี้ ที่คลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟ เรด เมาท์เท่น อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต พร้อมด้วยคณะร่วมกันแถลงข่าวโครงการ Amazing Golf Paradise 2010 ที่กำหนดจัดโครงการขึ้นในระหว่างวันที่16 มิถุนายน ถึง16 สิงหาคมนี้ ที่สนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับและสนามกอล์ฟเรดเมาท์เท่นกอล์ฟคลับ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีนางสาวเพลินพิศ โกศลยุทธสาร รองผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการขาย บริษัทการบินกรุงเทพฯ จำกัด นายอรรณพ ทินนาม ผู้จัดการทั่วไปบริษัทบางกอกแทรเวลคลับ จำกัด นายวัชร จารุอริยานนท์ นายกสมาคมกอล์ฟภูเก็ต นายชาญวุฒิ หงษ์หยก ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟ ภูเก็ตคันทรีคลับ นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทแสน รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) สนามกอล์ฟ เรดเมาท์เท่น กอล์ฟคลับ มาร่วมด้วย

นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดย สำนักงานภูเก็ต และสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สมาคมกอล์ฟภูเก็ต สมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาคตะวันออก ร่วมกันจัดโครงการ Amazing Golf Paradise 2010 ขึ้นเพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของกลุ่มคนไทยและชาวต่างประเทศที่พำนักในประเทศไทย กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค ภาคใต้และภาคตะวันออก นอกจากนี้เผยแพร่และประชาสัมพันธ์สนามกอล์ฟและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ที่มีศักยภาพระดับนานาชาติให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น ตลอดจนขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่สนใจการเล่นกอล์ฟ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวในราคาพิเศษได้ทั้งครอบครัว


ทั้งนี้โครงการ Amazing Golf Paradise 2010 เป็นการจัด Golf Package ในราคาพิเศษ และคุ้มค่า ที่นักท่องเที่ยว นักกอล์ฟ สามารถเล่นกอล์ฟในสนามกอล์ฟที่มีมาตรฐานและสวยงามทั้งในจังหวัดภูเก็ตและภาคตะวันออก ในขณะที่ผู้ติดตามสามารถสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่หลากหลาย เช่นหาดทราย ชายทะเล การดำน้ำชมปะการังและฝูงปลา ตลอดจนพักผ่อนในที่พักหลากสไตล์ทั้งในจังหวัดภูเก็ตและเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์สในเส้นทาง พัทยา หรืออู่ตะเภา – ภูเก็ต หรือภูเก็ต-พัทยา หรืออู่ตะเภา ในแบบแพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน ราคาเริ่มต้น 16,800 บาทต่อคน


สำหรับ Golf Package นี้เป็นราคาที่รวมบัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ค่าภาษีสนามบินและค่าประกันภัยการเดินทาง รวมทั้งค่า Green Fee 18 หลุม ที่สนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับและสนามกอล์ฟเรดเมาท์เท่นกอล์ฟคลับ โรงแรมที่พัก 2 คืนพร้อมอาหารเช้า รถรับ-ส่งระหว่างสนามบิน-ที่พัก-สนามกอล์ฟ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ถนนถลาง หมายเลขโทรศัพท์ 076 -211036 และ 212213 หรือบริษัทบางกอกแทรเวลคลับ จำกัด(Bangkok Travel Club Ltd.) หมายเลขโทรศัพท์ 02-2558966 สายด่วน 1771 กด 3

#

นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังระบุว่ามีผู้ลงทะเบียนในทำเนียบ 100 กว่า คน แต่ทำงานภาพยนตร์ต่อเนื่องเพียง 10กว่าคน



นายนนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังกล่าวต่อกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่เข้าร่วมการอบรมAnimation Youth Festival Asia 2010 ตอนหนึ่งว่า ไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับการทำภาพยนตร์ตั้งแต่ต้น แต่มีความสนใจเกี่ยวกับภาพยนตร์มาตั้งแต่สมัยที่กำลังเรียนในมหาวิทยาลัยศิลปากร และมีโอกาสไปร่วมสังเกตการณ์ในโครงการถ่ายทำสารคดีกับเพื่อนรุ่นพี่จากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ที่เลือกสถานที่ถ่ายทำในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเวลา 5 วันดังนั้น จึงเริ่มซึมซับข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนบทภาพยนตร์ การถ่ายทำ หรือการจัดแสง ในเวลา ต่อมา จึง พยายามลงชื่อกลุ่มนักศึกษาประมาณ 100 คน เพื่อเรียกร้อง ให้มหาวิทยาลัย เปิดหลักสูตรด้านภาพยนตร์ได้สำเร็จ หลังจากนั้น เรียนอยู่ปี 3จึงมีโอกาสศึกษาความรู้เพิ่มเติม และเริ่มไปมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์มิวสิควีดิโออย่างต่อเนื่อง

นายนนทรีย์ นิมิบุตร กล่าวว่าตนเอง แม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ แต่สำหรับในปัจจุบันนั้น ประกอบอาชีพทางด้านการโฆษณา หรือ ละคร เป็นหลัก ส่วนภาพยนตร์ เรียกได้ว่า เป็นงานอดิเรก ที่ทำด้วยความรัก เพราะเมื่อทำงานหลักมาณ 4ปี และสามารถเก็บรวบรวมเงินได้ครบถ้วนแล้ว จึงนำมาใช้ เป็นงบประมาณทำภาพยนตร์เพราะต้องลงทุนมหาศาลและผู้กำกับภาพยนตร์ในเมืองไทย ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ที่นับตัวได้ว่า มีฐานะทางการเงิน มีไม่เกิน 3-5 คนเท่านั้น นอกจากนี้ จากทำเนียบผู้กำกับภาพยนตร์ ทั้งหมด ที่มีการลงทะเบียนเอาไว้ จำนวน 100 กว่า คน แต่ ที่ มีงานภาพยนตร์ทำอย่างต่อเนื่อง มีประมาณ 10 กว่าคนเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับช่างศิลป์ และในระหว่างที่เรียนในมหาวิทยาลัย ต้อง อาศัยเพื่อนและอาจารย์ บอกให้ทราบเกี่ยวกับ การสอบ การลงทะเบียน เพราะบอกกับตัวเอง ว่ายูเรกา นี่คือการค้นพบตัวเอง เกี่ยวกับเรื่องราวของภาพยนตร์ เรื่องของ บทหรือมุมกล้อง เป็นสิ่งที่มีความสนใจ และในช่วงที่เริ่มเข้าสู่วงการภาพยนตร์นั้น เพราะต้องการอยากได้ความรู้และประสบการณ์ ที่ไม่มีสอนในห้องเรียน ต้องไปชงกาแฟให้บุคคลที่อยู่ในแวดวงภาพยนตร์ และใช้เวลาในห้องตัดต่อภาพยนตร์นานเป็นนับปี เพราะฉะนั้นแล้ว บรรดา นักเรียน นักศึกษา ที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ ลองมองดูตนเองว่า มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ในการเข้าสู่วงการ การกำกับภาพยนตร์ และยืนยันว่า ภาพยนตร์เรื่องแรก เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะ จะสามารถบ่งบอกว่า เรา จะสามารถแจ้งเกิดได้หรือไม่ โดยภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ สามารถตอบโจทย์ คำถาม ในประโยค 1 ประโยค ได้หรือไม่

การทำภาพยนตร์ของตนเอง เป็นการทำตามความฝัน อย่างภาพยนตร์เรื่อง จันดารา ที่สร้างในปี 2542และฉายในปี 2544 นั้น มีจุดเริ่มต้นมาจาก การรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านปัญหาสังคมในช่วงดังกล่าว ทำนองที่ว่ากลุ่มเยาวชนมีเพศสัมพันธ์ และท้องก่อนวัยอันสมควรรวมทั้ง ปัญหาครอบครัวต่างๆ จึงตัดสิน ใจค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม ไปพบแพทย์ อ่านหนังสือในห้องสมุด และ ในที่สุด ไปพบหนังสือ จันดารา ของ อุษณา เพลิงธรรม หรือประมูล อุณหธูป ที่สามารถตอบคำถามถึงปัญหาสังคม ที่เป็นอยู่ ได้อย่างชัดเจน




นายนนทรีย์กล่าวว่าบทภาพยนตร์เรื่อง จันดารา มาจากหนังสือ หากผู้กำกับ 10 คน หยิบ มาดู อาจจะเลือกมุมมอง หรือตีความในการนำเสนอ แตกต่างกันออกไป และ ตนเองเมื่อตีความแล้ว จึงเห็นว่า เบ้าหลอมของชีวิตมนุษย์นั้น อยู่ ที่สถาบันครอบครัวและสิ่งแวดล้อมพ่อแม่เป็นอย่างไร ลูกหลาน ก็เป็นอย่างนั้น จึงเอาปรากฏการณ์นี้ มาสะท้อน เข้ากับยุคกับสมัย โดยสะท้อนภาพออกมาเป็นบทภาพยนตร์ และ ต้อง สามารถเล่าเรื่องได้ดี กำหนดทิศทางของภาพยนตร์ ไม่ว่า จะเป็น ดราม่า แอ็คชั่น หรือ ตลกและอื่นๆ ผู้กำกับต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับ โปรดักชั่น ดีไซเนอร์ และแม้แต่ เด็กเสริฟน้ำที่อยู่ ในกองถ่าย ตนเอง ยังให้โอกาสพูดและแสดงความคิดเห็น ก่อน ที่จะลงมือถ่ายทำจริงจังด้วยซ้ำไป




นอกจากนี้ นายนนทรีย์กล่าวว่า อยากจะ บอกเล่าประสบการณ์ในวงการภาพยนตร์ไทย และการทำงานที่ผ่านมา มีความยากลำบาก หลายด้าน เช่นปัญหาการเซ็นเซอร์ แต่สิ่งสำคัญคือ ผู้กำกับภาพยนตร์ ต้องมีจิตใต้สำนึกที่ดี ต่อสังคมที่ดำรงอยู่ และการทำภาพยนตร์เรื่อง จันดารานั้น เป็นดราม่า ไม่ใช่หนังโป๊แน่นอน เพราะใช้งบประมาณ เป็น 40,000,000บาท แต่ ใคร จะทำหนังโป๊ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินขนาดนั้น มีเงินเพียง 200,000-300,000 บาท จ้าง คน 2 คน ถ่าย ทำ ในห้อง ก็ ทำได้แล้ว และแม่แต่เรื่อง นางนาก ที่ทำเป็นภาพยนตร์ เป็น คนทำในลำดับที่ 21 ที่พยายามสะท้อนถึงอานุภาพของความรักที่แท้จริง
#