วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

คู่แต่งงานและฮันนีมูนชาวอินเดียประมาณ 400คู่ เตรียมจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองที่จังหวัดภูเก็ต

















นางสาววรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต”ที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้นที่โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อเร็วๆนี้ว่าทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ตได้รับการประสานจาก นายเศรษฐพันธ์ พุทธานี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานมุมไบ ประเทศอินเดียและบริษัทนำเที่ยวในท้องถิ่นเมืองมุมไบ ในการนำคณะคู่แต่งงานและฮันนีมูนชาวอินเดียจำนวนประมาณ 400คู่ เพื่อมาจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองที่ จังหวัดภูเก็ตและในขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานเพื่อหาสถานที่จัดงานและโรงแรมที่พัก


สำหรับการเข้ามาของคณะคู่แต่งงานและฮันนีมูนชาวอินเดียนี้แล้ว แน่นอนว่ายังมีบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวติดตามมาด้วย และหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าจะสร้างรายได้ให้กับจังหวัดภูเก็ตในช่วงที่มีการจัดงานไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และเท่าที่มีการประสานทราบว่าจะเดินทางเข้ามาในช่วงกรีนซีซั่นนี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกทางหนึ่งและทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงนี้ของจังหวัดภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มมากขึ้น สำหรับความชัดเจนของมหกรรมเฉลิมฉลอง มงคลสมรสของชาวอินเดีย ว่าจะจัดขึ้นวันเวลาและสถานที่ใด ผู้เกี่ยวข้องจะแจ้งให้ทราบภายในเดือนมิถุนายนนี้


นอกจากนี้ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวด้วยว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียถือเป็นตลาดใหม่ของจังหวัดภูเก็ต ประกอบกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปิดสำนักงานการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นที่เมืองมุมไบ เป็นแห่งที่ 2หลังจากประสบความสำเร็จ เปิด สำนักงาน ที่กรุงเดลลี มาแล้ว และสำหรับเมืองมุมไบเป็นเมืองเศรษฐกิจ ประชากร มีกำลังซื้อสูง จึงส่งผลให้ภูเก็ตกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สนใจของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ประกอบกับ เส้นทางบินจากอินเดีย-ภูเก็ต ยังสะดวกและรวดเร็ว


ทั้งนี้ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมาเคยมีนักท่องเที่ยวอินเดียได้เดินทางมาจัดงานแต่งงานที่จังหวัดภูเก็ตแล้วหลายคู่ โดยเฉพาะคู่แต่งงาน ที่ฝ่ายเจ้าบ่าว เป็นทายาทของเจ้าของกิจการโรงงานถลุงเหล็ก มีการเช่าเหมาลำเครื่องบิน จากอินเดีย มาสู่ภูเก็ต และยัง ปิดโรงแรมระดับ 5 ดาวเพื่อประกอบพิธีมงคลสมรส ตามธรรมเนียมอินเดีย และในช่วงดังกล่าว มี ตัวแทน สื่อสารมวลชนทุกแขนงอินเดียติดตามมารายงานข่าวด้วย ดังนั้นเมื่อมีการนำเสนอภาพข่าวนี้เหล่าออกไป ควบคู่กับเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามทั้งบนบกและในทะเล ทั้งในจังหวัดภูเก็ตพังงาและจังหวัดกระบี่ จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวอินเดียสนใจที่จะมีจัดงานแต่งงานและฮันนิมูนที่ภูเก็ตเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย


พร้อมกันนี้ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ตกล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำรวจข้อมูล ในเมืองท่องเที่ยวหลัก ทั่วประเทศเช่น ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และกรุงเทพมหานครรวมทั้งที่จังหวัดภูเก็ตถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โรแมนติก และได้ถูก กำหนดให้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว 100 สถานที่บอกรัก และ 20 สถานที่ขอแต่งงาน ด้วยเหตุผลนี้ ส่งผลทำให้ภูเก็ตได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย และอีกหลายประเทศ เช่น เกาหลีและญี่ปุ่น เป็นต้น ที่จะเข้ามาจัดงานแต่งงานและฮันนีมูน ดังนั้นตลาดแต่งงานและฮันนีมูนของภูเก็ตจึงเป็นตลาดเฉพาะที่น่าสนใจอีกตลาดหนึ่ง นอกเหนือจากการเป็นเมืองท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีความสวยงาม


สำหรับแหล่งท่องเที่ยว 100 สถานที่บอกรัก ของจังหวัดภูเก็ต มีด้วยกันหลายจุด เช่น แหลมพรหมเทพ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต ,หาดสุรินทร์ ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง ,ร้านหนังสือ 2521 บริเวณย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ต ถนนถลาง, ร้านอาหารดีบุก อำเภอเมืองภูเก็ต ,ร้านไวท์บ็อกซ์เรสเตอร์รอง หาดกะหลิม ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ ส่วนทางด้าน 20 สถานที่ขอแต่งงานได้แก่ บนเรือทวินปาล์ม กับ โรงแรมศรีพันวารีสอร์ท ตำบลวิช ิต อำเภอเมืองภูเก็ต

#

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ปปช.นำคณะศึกษาดูงานปัญหาที่ดินและองค์กรปกครองดีเด่นด้านธรรมาภิบาลที่จังหวัดภูเก็ต


คณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร "นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง รุ่นที่1ศึกษาดูงานปัญหาที่ดินและองค์กรปกครองดีเด่นด้านธรรมาภิบาลที่จังหวัดภูเก็ต


เมื่อเวลาประมาณ 10.00น.วันที่ 2 มิถุนายนนี้ที่ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตนายตรี อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตด้านการบริหารราชการและการพัฒนาพร้อมด้วยคณะร่วมต้อนรับนายปรีชา เลิศกมลมาตร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.,นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ปปช. ,นายธีระพงษ์ โสดาศรี รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์และคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร "นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง" หรือ นยปส. รุ่นที่ 1 ที่มีกำหนดการอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจนถึงวันที่ 4 มิถุนายนนี้ โดยเข้าพักและร่วมประชุมที่โรงแรมโนโวเทล ป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ตรวมทั้งจะร่วมศึกษาดูงานเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกที่ดินและเข้ารับฟังการบรรยายสรุปกิจการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับรางวัลดีเด่นด้านธรรมาภิบาลจาก ปปช.และองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว ที่รัฐบาล มอบรางวัลดีเด่นด้านธรรมาภิบาลด้วย


นายปรีชา เลิศกมลมาตร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.กล่าวว่าคณะผู้เข้ารับการอบรมมีทั้งหมด 45 คนที่เดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ต มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการศึกษานอกสถานที่หรือศึกษาสภาพปัญหาจริงและกรณีศึกษาในครั้งนี้ จะเน้นในประเด็นปัญหาเรื่องของการบุกรุกที่ดิน เพราะที่จังหวัดภูเก็ตนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการไต่สวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติอยู่และทาง ปปช.ถือว่าให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากและปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะ ที่ป่าสงวนแห่งชาติ ไม่สมควรให้เอกชนเข้าไปครอบครองได้ ที่มักจะมีปัญหาอยู่ทั่วประเทศ สำหรับที่จังหวัดภูเก็ตนั้นเป็นจุดหนึ่ง ที่มีปัญหาในลักษณะนี้ ค่อนข้างมากและโดยเฉพาะที่สำคัญคือ จะเน้นเอาเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ หรือภูมิสารสนเทศ (GRS) เอามาใช้ประโยชน์ในเรื่องของการที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ ในการไต่สวนและหาข้อเท็จจริงได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมามีการนำเทคโนโลยีนี้ไปช่วย และสามารถสรุปคดีได้


ในขณะเดียวกันผู้เข้ารับการอบรมสามารถศึกษาในเรื่องนี้และศึกษาสภาพปัญหาจริงที่เกิดขึ้นด้วย พร้อมกับมองหาลู่ทางเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป เนื่องจากเป็นบุคลากรระดับสูงในหน่วยงานหลายภาคส่วนทั้งที่เป็นภาคราชการ ส่วนใหญ่ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ ที่เป็นไปตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และแน่นอนว่ามีความคาดหวังจากการมียุทธศาสตร์ชาติและเน้นหนักให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และการจะมีส่วนร่วมได้นั้น ต้องมีการนำเอายุทธศาสตร์ไปขับเคลื่อน โดยอาศัยผู้บริหารองค์กรต่างๆ เข้ามามีส่วนรับรู้และทำความเข้าใจและทราบถึงแนวทางในการดำเนินการ คงจะทำให้ ปปช. มีพันธมิตร หรือมีภาคีเครือข่ายมากขึ้นในการดำเนินการและเป็นพลังสำคัญ ที่สามารถบรรลุเป้าหมายการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติได้


ทั้งนี้ยุทธศาสตร์การปราบปรามทุจริตของ ปปช. มีวิสัยทัศน์อย่างชัดเจน ที่อยากให้สังคมไทยมีคุณธรรม จริยธรรมและมีวินัยและทุกฝ่ายมีส่วนร่วมป้องกันและปราบปรามการทุจริตประสบผลสำเร็จ หากมีคนมาร่วมเป็นจำนวนมาก และลำพัง ปปช. คงไม่สามารถดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้หากดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว นอกจากนี้ยังมาศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัดและระดับตำบล คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับรางวัลการบริหารจัดการดีเด่นทางด้านหลักธรรมาภิบาล จาก ปปช. เมื่อปี 2552 รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว ที่ได้รับรางวัลดีเด่นทางด้านธรรมาภิบาลจากรัฐบาลเช่นเดียวกัน

#

องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จัดประชุมจัดทำแผนพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว


เมื่อเช้าวันที่3 มิถุนายนนี้ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วยนายสมบูรณ์ จิรายุส สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในการประชุมเรื่องการจัดทำแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวและสำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการประสานแนวคิดกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตกล่าวถึงการประชุมในครั้งนี้ว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตมีเป้าหมายสำคัญที่จะกำหนดแผนการพัฒนาในเรื่องนี้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสนับสนุนเอกลักษณ์การท่องเที่ยวด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของท้องถิ่น ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพด้านบริการ บุคลากร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชน และเป็นการส่งเสริมการตลาด พร้อมกับเป็นการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


อย่างไรก็ดีในการจัดประชุมครั้งนี้ ยังมีวาระที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการเสนอ แนะในเรื่องของปัญหา ความต้องการด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงแนวทางในการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่งด้วย

#

นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับ สูงรุ่นที่1ศึกษาดูงานจังหวัดภูเก็ต


คณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร"นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับ สูงรุ่นที่1ศึกษาดูงานจังหวัดภูเก็ตโดยเข้ารับฟังบรรยายสรุปจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและคณะ


เมื่อเวลาประมาณ 13.00น.วันที่ 3 มิถุนายนนี้ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ตนายปรีชา เลิศกมลมาศ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.พร้อมด้วยคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร"นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง"หรือ นยปส.รุ่นที่1และเจ้าหน้าที่ จำนวน 50 คนเข้ารับฟังการบรรยายสรุปการบริหารจัดการด้านต่างๆของจังหวัดภูเก็ตโดยมีนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วยคณะร่วมบรรยายและตอบข้อซักถาม ในโอกาสที่เดินทางมาศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังจากที่ในเช้าวันเดียวกันนี้ ได้ลงตรวจสอบพื้นที่บริเวณชายหาดบางแห่ง ที่มีกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินสาธารณะและ ปปช.กำลังไต่สวนอยู่ เพราะคณะผู้เข้ารับการอบรมสนใจศึกษาดูงานเน้นหนักเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกที่ดินในพื้นที่จริงและยังมีกำหนดการเข้ารับฟังขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับรางวัลดีเด่นด้านธรรมาภิบาลจาก ปปช.และองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้วที่รัฐบาลมอบรางวัลดีเด่นด้านธรรมาภิบาลในเช้าวันที่4 มิถุนายนนี้ด้วย


นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตบรรยายภาพรวมเกี่ยวกับเรื่องการติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาคลื่นสึนามิ,ปัญหาสถานบริการเริงรมย์, ประชากรแฝง,สวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว,การจราจร,การบุกรุกครอบครองที่ดินสาธารณะที่หลวงหวงห้ามตลอดจนที่ป่าสงวนแห่งชาติ และป่าชายเลน การทำลายทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งบนบกและในทะเลรวมทั้งโครงการจัดสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติภูเก็ต โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่าหลังจากที่มีการชุมนุมทางทางการเมืองที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ในปัจจุบันมีกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเยือนภูเก็ต มากกว่า ที่จะเดินทางไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะมั่นใจในสวัสดิภาพความปลอดภัยเมื่ออยู่ในจังหวัดภูเก็ต


สำหรับในเรื่องนี้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นนโยบายสำคัญมาก คือ มีการติดตั้ง ระบบโทรทัศน์วงจรปิด หรือ CCTV ให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วเกาะภูเก็ต รวมทั้งการติดตั้งระบบ ไลเซ่น เพลท( LICENSE PLATE) ที่ด่านตรวจภูเก็ต บ้านท่าฉัตรไชย ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง ในขณะเดียวกันมีการจัดกำลัง บีชการ์ด ไปประจำบริเวณชายหาดต่างๆที่มีกิจกรรมการท่องเที่ยวหนาแน่น เพื่อป้องกันประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต นอกจากนี้มีการจัดฝึกอบรมประชาชนสาขาอาชีพต่างๆ จำนวน 800 คน เพื่อให้เป็น เครือข่ายตาสับปะรด มีวิทยุสื่อสารใช้ รายงานความเคลื่อนไหวหรือสิ่งผิดปกติต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการจังหวัด ให้กับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเจ้าหน้าที่จะสามารถ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความมั่นคงและความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่


ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวถึงปัญหาสถานบริการเริงรมย์ด้วยว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศมีหลากหลาย และเมื่อมีการสนับสนุนส่งเสริมให้มาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อต้องการให้เศรษฐกิจโดยส่วนรวมของจังหวัดและประเทศดีขึ้น ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรพิจารณาครอบคลุมถึงความเป็นไปได้ ของธุรกิจบันเทิงด้วยและจังหวัดเห็นด้วยกับการจัดโซนสถานบริการในบางพื้นที่ เช่นหาดป่าตอง เพราะพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ส่วนหนึ่ง ต้องการความสุข สนุกสนาน และควรอนุญาตให้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเท่านั้น เข้าไปใช้บริการได้เท่านั้น


ทั้งนี้ผู้แทนคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร"นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง"หรือ นยปส.รุ่นที่1สนใจสอบถามเกี่ยวกับการบุกรุกครอบครองที่ดินสาธารณะและปัญหาด้านทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากที่สุด รองลงไปเป็นนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในขณะที่ผู้เข้ารับการอบรมเสนอแนะเกี่ยวกับ การศึกษาเรื่อง Entertainment Complex และความเป็นไปได้ในการสร้างสถานคาสิโนในพื้นที่เกาะบางแห่ง ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

#

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณประชาสัมพันธ์ เพื่อฟื้นฟูท่องเที่ยวในบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน


สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณประชาสัมพันธ์ เพื่อฟื้นฟูท่องเที่ยวในบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน


นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ทางการเมืองสงบลงตนพร้อมด้วยนายทศพร เทพบุตรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ เขต 2 ได้ยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวของชายฝั่งทะเลอันดามัน หรือในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงาและจังหวัดกระบี่ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบทางอ้อม แต่ด้วยศักยภาพที่มีอยู่หากมีการประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องจะทำให้นักท่องเที่ยวที่หายไปในช่วงเกิดความวุ่นวายทางการเมืองเดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวอีกครั้ง


สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แหล่งท่องเที่ยวของชายฝั่งทะเลอันดามันนั้นเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว และยังมีท่าอากาศยานหรือสนามบินที่สามารถรองรับเที่ยวบินต่างประเทศได้ แต่ที่ผ่านมาอาจจะเกิดความไม่เข้าใจจากการนำเสนอภาพข่าวความรุนแรงต่างๆ ออกไป รวมถึงการของคำเตือนของรัฐบาลหลายประเทศ เชื่อว่าขณะนี้สถานการณ์ปกติแล้วหากมีการประชาสัมพันธ์ออกไปอย่างกว้างขวางจะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง

#

นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก(โจหลุยส์)เตรียมอำลาโรง ใน 3 เดือน


สโมสรไลออนส์ภูเก็ตจัดการแสดง นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก(โจหลุยส์) เพื่อรณรงค์จัดหารายได้สมทบทุนในโครงการสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์และสาธารณกุศล


เมื่อค่ำวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตทางสโมสรไลออนส์ภูเก็ตจัดการแสดงนาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก(โจหลุยส์)เพื่อรณรงค์จัดหารายได้สมทบทุนในโครงการสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์และสาธารณกุศลโดยมีประชาชนทุกเพศทุกวัยสนใจเข้ารับชมมากถึงประมาณ 700 คนส่วนในค่ำวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ที่ห้องประชุม คิง คาร์ล กุสตาฟ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้เชิญนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปรวมทั้งชาวต่างประเทศที่มีถิ่นพำนักในจังหวัดภูเก็ตร่วมชมการแสดงนาฏยศาลาหุ่นละครเล็ก(โจหลุยส์)เรื่องรามเกียรติ์ ตอนทศกัณฐ์เกี้ยวนางเบญจกายและตอนหนุมานจับนางเบญจกาย ปรากฏว่ามีผู้สนใจรับชมจำนวนมากเช่นเดียวกันในโอกาสเดียวกันนี้มีเด็กประชาชนและชาวต่าง ประเทศมอบเงินเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจคณะ ผู้เชิดหุ่น จำนวนมาก อย่างต่อเนื่อง ตลอดการแสดงประมาณ1ชั่วโมงเศษและคณะนาฏยศาลาหุ่นละครเล็ก(โจหลุยส์)ยืนยันว่าจะนำเงินทุกบาททุกสตางค์เข้าสม ทบใน"มูลนิธินาฏยศาลาหุ่นละครเล็ก"เพื่อใช้เป็นทุนในการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะด้านนี้ให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต


สำหรับโจหลุยส์ หรือ นาฏยศาลาหุ่นละครเล็ก เป็นคณะการแสดงละครเล็ก หรือหุ่นกระบอก ของอาจารย์สาคร ยังเขียวสด หรือ "โจหลุยส์" และครอบครัว ได้จัดให้มีการแสดงต่อสาธารณะ ครั้งแรกเมื่อ ปี พุทธศักราช 2528 เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปะการแสดงและการทำหุ่นของไทย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระราชทานชื่อโรงละครโจหลุยส์ว่า “นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก” และได้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ "มูลนิธินาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก"


ครูสาคร เกิดเมื่อพุทธศักราช 2465 ที่มาของชื่อ โจหลุยส์ นั้นเพราะสมัยเด็ก ครูสาครป่วยหนักบิดามารดาจึงยกให้เป็นลูกพระ ตั้งชื่อให้ว่า หลิว เป็นการแก้เคล็ด เมื่อโตขึ้นได้ฝึกหัดโขน ละคร และลิเก จนเติบโตได้ออกแสดงตระเวนไปกับบิดา ซึ่งครูสาครนิยมแสดงเป็นตัวตลก และมีการเรียกชื่อเพียนจาก "หลิว" เป็น "หลุยส์" ต่อมามีผู้มาเติมเป็น "โจหลุยส์" เหมือนชื่อนักมวยแชมป์โลกขณะนั้น ต่อมานำชื่อ "โจหลุยส์ มาตั้งเป็นชื่อโรงละคร ที่เป็นคณะแสดงหุ่นละครกับสมาชิกครอบครัวว่า "โจหลุยส์เธียเตอร์"และครูสาคร ยังเขียวสด ได้รับตำแหน่งศิลปินแห่งชาติในปี พุทธศักราช 2539


ปัจจุบันโรงละครของคณะโจหลุยส์ (โจหลุยส์เธียเตอร์)นั้นมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนลุมไนท์บาซาร์ ประสบปัญหาด้านการเงินอยู่หลายครั้ง แต่ก็ได้รับการอนุเคราะห์จากชาวไทยที่มีจิตใจอนุรักษ์ บริจาคเงินช่วยเหลือ และเข้าชมการแสดง จนสามารถรอดพ้นวิกฤตมาได้ทุก ๆ ครั้ง ล่าสุดหุ่นละครเล็กได้รับรางวัลชนะเลิศการแสดงชุดประกวดหุ่นโลก เมื่อวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2549และในปี 2551 ที่ กรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเชก และล่าสุดนายกำธร ผู้ควบคุมคณะแจ้งว่ายังจะสามารถเปิดการแสดงอีกประมาณ 3 เดือน เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน ในสภาพเศรษฐกิจสังคมและการเมืองในปัจจุบัน เพราะโรงละคร ตั้งอยู่ใกล้กับ สถานที่ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช. บริเวณถนนราชประสงค์ และบริเวณใกล้เคียง ในช่วงที่ผ่านมา และไม่สามารถเปิดการแสดงได้ตามปกติ

#

BEWARE OF RIP TIDE OR RIP CURL


ผู้ว่าราชการจ.ภูเก็ตยืนยันว่าพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวในช่วงหน้ามรสุมพร้อมขอความร่วมมือโรง แรมทุกแห่งหามาตรการแจ้งเตือนลงเล่นน้ำเพราะท้องทะเลภูเก็ตเป็นแอ่งกระทะและมีคลื่นวนใต้น้ำ


นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในช่วงฤดูมรสุม ที่มีคลื่นลมแรงว่า ในช่วงที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตมักจะประสบกับปัญหานักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตบ่อยครั้งและในช่วงนี้กำลังเข้าสู่ฤดูมรสุมและคลื่นลมแรง ทั้งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและฝั่งทะเลอันดามัน และในช่วงนี้ มักจะมีปัญหานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตจากการจมน้ำและล่าสุดเมื่อวันที่26 พฤษภาคมนี้มีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันลงเล่นน้ำที่บริเวณหาดสุรินทร์อำเภอถลางประสบอุบัติเหตุจมน้ำทำให้เสียชีวิตไปอีก 1 ราย ที่เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง


สำหรับในปีนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าทางจังหวัดเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัญหานี้แล้วโดยจัดเจ้าหน้าที่บีชการ์ดไว้คอยดูแล รวมทั้งการติดตั้งหรือชักธงแดงขึ้นเพื่อตักเตือนและห้ามปรามประชาชนและนักท่อง เที่ยว ในช่วงที่มีคลื่นลมแรง และขอยืนยันว่าในช่วงที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่คอยดูแลแนะนำและตักเตือนอยู่เป็นประจำแล้ว แต่สาเหตุที่ยังมีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุจมน้ำอยู่อีกเนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งมักจะไม่ฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งโรงแรม ในขณะที่โรงแรมเอง มีการจัดทำเอกสาร แผ่นพับคำเตือนเกี่ยวกับการลงเล่นน้ำบริเวณชายหาด แต่นักท่องเที่ยวบางคนมั่นใจว่าตัวเองว่ายน้ำเก่ง เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ เช่นที่เคยพบ คือ เป็นนักว่ายน้ำของประเทศออสเตรเลีย และฝ่าฝืนคำเตือนลงไปเล่นน้ำในช่วงที่มีคลื่นลมแรงจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ จมน้ำและเสียชีวิต


ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าทะเลภูเก็ตนั้นมีความแตกต่างกับทะเลที่อื่นเนื่องจากทะเลในพื้นที่ภูเก็ตนั้นมีภูมิศาสตร์ชายฝั่งทะเลจม คือมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะและมีคลื่นวนใต้น้ำหรือริปไทด์ (RIP TIDE ) เมื่อลงไปเล่นน้ำในช่วงที่มีคลื่นลมแรงจะถูกคลื่นใต้น้ำดูดหรือพัดพาออกไป จนทำให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับธรรมชาติของท้องทะเลภูเก็ตจะจมน้ำเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ได้ผลมากที่สุดในการป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุจมน้ำทะเลของนักท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตจะขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการโรงแรมทุกแห่งให้หามาตรการแจ้งเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยว เพื่อทราบถึงข้อมูลความแตกต่างของท้องทะเลภูเก็ต เพื่อให้เชื่อฟังคำแนะนำและใช้ความระมัดระวังในการลงไปเล่นน้ำในช่วงที่มีคลื่นลมแรงในช่วงหน้ามรสุม ที่จะสามารถลดอุบัติเหตุทางน้ำได้ส่วนหนึ่ง
#